7 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับชีวิตแต่งงาน ที่ถ้าพลาด บอกเลยรักพัง

เคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับการครองคู่หลังแต่งงานกันมาบ้างหรือเปล่าคะ ซึ่งเราไม่รู้ด้วยว่าความเชื่อนั้นมันจริงไหม แต่เราก็เลือกที่จะถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ ข้อเสียของการเชื่อความเชื่อโดยที่เราไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีว่ามันจริงหรือไม่ และปล่อยให้ความเชื่อนั้นนำมาชีวิตคู่ของคุณลงเหวไปในที่สุด คุณคิดว่ามันถูกต้องแล้วหรือคะ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บางคู่ที่เชื่อ กลับถูกชักจูงให้พวกเขาเชื่อว่าาชีวิตแต่งงานของพวกเขานั้นสิ้นหวัง จะมีความเชื่ออะไรบ้าง ต้องตามไปดูพร้อมกัน แต่บอกไว้ก่อนว่า ถ้าพลาด รักพังแน่ ๆ

ความเชื่อที่ 1 ปัญหาบุคลิกภาพส่วนตัวจะทำลายชีวิตแต่งงาน

อันที่จริง ข้อนี้ไม่จริงเสมอไปนะคะ กุญแจสู่ชีวิตแต่งงานที่มีความ สุขไม่ใช่การมีบุคลิกภาพ “ปกติ” หากแต่คือการเจอใครสักคนที่เข้ากับคุณได้ต่างหาก ไม่ว่าคุณหรือเขาจะมีบุคลิกที่ผิดแผกแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร ไม่จำเป็นว่าบุคลิกภาพเช่นนั้นจะทำลายชีวิตแต่งงานของคุณเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญก็คือคุณจะจัดการกับมันอย่างไรต่างหาก ถ้าคุณสามารถอยู่ร่วมกับด้านที่แปลกประหลาดของอีกคนหนึ่งได้ และจัดการมันด้วยความใส่ใจ ความรัก และความเคารพแล้วละก็ ชีวิตแต่งงานของคุณก็จะเติบโตได้เช่นกัน

ความเชื่อที่ 2 ความสนใจที่เหมือนกันจะช่วยให้คุณอยู่ด้วยกันได้

หลายคู่ที่ชอบเหมือนกันแต่ท้ายที่สุดไปกันไม่ได้ ก็มีให้เห็นเยอะ เพราะทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ว่าคุณมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไรขณะที่ทำสิ่ง ที่สนใจเหมือน ๆ กัน เช่น คู่รัก A ชอบที่จะไปขับรถเล่น ก็ขับไปได้ราบรื่น หัวเราะมีความสุขดี คุยและใส่ใจกันและกัน ความชอบในการขับรถเล่นของคู่นี้ จะเสริมและทำให้ความรักความสนใจในกันและกัน ลึกซึ้งมากขึ้น แต่ในขณะที่ คู่รัก B ชอบขับรถเล่นพอ ๆ กัน แต่ไม่ให้ ความเคารพต่อกัน การไปขับรถเล่น อาจจะมีฝ่ายหนึ่งพูดขัดขึ้นมาว่า “เธอนี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขับแบบนี้ได้อย่างไร” หรือ เกิดการเงียบไม่พูดจากันเนื่องจากความโกรธ ดูไม่ออกเลยใช่ไหมคะว่า การที่ คูนี้ทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันจะมีผลประโยชน์ที่ดีต่อชีวิตแต่งงานของพวกเขาได้อย่างไร

 

ความเชื่อที่ 3 “การยื่นหมูยื่นแมว” จะทำให้ชีวิตคู่มีความสุข

สิ่งที่แยกชีวิตแต่งงานที่มีความสุขออกจากชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวคือ คู่สามีภรรยาที่มีชีวิตแต่งงานที่ดีจะตอบสนองในทำนองเดียวกันต่อสิ่งดี ๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งทำให้ เช่น ถ้าเขายิ้มให้เธอ เธอก็ยิ้มให้ เขาจุ๊บมา เขาช่วยเหลือเธอ เธอก็รอที่จะช่วยเหลือเขากลับไปเรื่อย ๆ ซึ่งทฤษฎีเช่นนี้ใช้ได้แค่กับคู่รักที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่หากเป็นคู่ที่ความสัมพันธ์เลวร้าย การปฏิบัติตามข้อตกลงโดยปราศจากสัญญาอาจจะยากสักหน่อย ซึ่งการทำให้คู่สามีภรรยาที่ง่อนแง่นตระหนักรู้ถึงความจำเป็นของการมี “สัญญา” ลักษณะนี้นั้นจะช่วยเยียวยารักษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้ ความสัมพันธ์แบบยื่นหมูยื่แมวจึงเกิดขึ้นกับคู่รักที่มีปัญหากัน แต่ละฝ่ายต่างคอยคิดคอยดูว่าใครทำอะไรให้ใครบ้าง

ความเชื่อที่ 4 การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งจะทำลายชีวิตแต่งงานของคุณ

บางครั้งการพูดตรง ๆ กับทุก ๆ เรื่อง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดกับคู่รักทุกคู่หรอกค่ะ คู่สามีภรรยามีรูปแบบของความขัดแย้งที่ไม่เหมือนกัน บางคู่เลี่ยง การปะทะกันไม่ว่าจะด้วยวิธีใด บางคู่ก็เถียงกันอย่างไม่ลดละ และบางคู่ ก็สามารถ “สะสาง” เรื่องที่ไม่ลงรอยกันได้สำเร็จและหาข้อตกลงได้โดยไม่ มีการขึ้นเสียงใส่กัน ไม่มีรูปแบบของใครที่จะดีไปกว่าใครตราบใดที่ใช้ได้ผลกับคนทั้งคู่ เพราะความรักไม่ได้มีกฎที่ตายตัวเลยนั่นเอง

ความเชื่อที่ 5 การนอกใจคือรากเหง้าของการหย่าร้าง

การที่คนเราจะหย่าร้างมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ถูกซัพพอร์ต ที่จะยกกันมาเพื่อใช้เหตุผลของตัวเองมีน้ำหนักพอที่จะหย่ากัน มีงานวิจัยของนักบำบัดชีวิตแต่งงานของสหรัฐฯ พบว่า การนัดเจอกันโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ แต่เป็นการหาเพื่อน ความเข้าใจ การเอาอกเอาใจ ความห่วงใย และ ความเป็นห่วง ซึ่งก็คือสิ่งที่ชีวิตแต่งงานควรจะให้ได้ และพบว่า 80 %ของชายและหญิงที่หย่า ร้างกล่าวว่า การที่ต้องเลิกรากันเป็นเพราะพวกเขาค่อย ๆ ห่างกันไป และความรู้สึกใกล้ชิดกันก็หายไป หรือเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึกถึง ความรักหรือไม่ได้รู้สึกว่าคู่ของตนเห็นคุณค่า มีเพียง 20 – 27 % ของคู่แต่งงานเท่านั้นที่บอกว่าการนอกใจมีส่วนทำให้เลิกรากัน

 

ความเชื่อที่ 6 ธรรมชาติของเพศชายไม่ได้ถูก “สร้าง” ให้แต่งงาน

เพราะผลที่ตามมาจากข้อที่แล้ว ความเชื่อว่าการนอกใจคือสิ่งที่ก่อให้เกิดการหย่า ร้าง ทฤษฎีนี้ถือว่า ธรรมชาติของผู้ชายนั้นเจ้าชู้ ดังนั้นจึงไม่เหมาะ สำหรับการมีคู่ครองเพียงคนเดียว ซึ่งนั่นอาจจะอิงกับธรรมชาติของสัตว์ ที่เพศผู้ต้องมุ่งผลิตลุกหลานให้เยอะเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการเคารพที่คู่ครองตัวเดียว จึงไม่สำคัญ แต่ธรรมชาติของมนุษย์นั้น ความถี่ในการนอกใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศมากเท่ากับ “โอกาส” ปัจจุบันนี้เนื่องจากผู้หญิงจำนวนมากทำงานนอกบ้าน อัตราที่ผู้หญิงนอกใจจึงพุ่งสูงขึ้นมากกว่าผู้ชาย

ความเชื่อข้อที่ 7 ผู้ชายและผู้หญิงมาจากดาวเคราะห์คนละดวง

เคยมีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่า ผู้ชายและผู้หญิงเข้ากันไม่ได้เพราะ ผู้ชาย “มาจากดาวอังคาร” และผู้หญิง “มาจากดาวศุกร์” จริง ๆ แล้ว ความแตกต่างในเรื่องเพศอาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาในชีวิตแต่งงาน แต่ก็ไม่ใช่ต้นเหตุ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างในชีวิตคู่ที่จะพาให้ชีวิตแต่งงานมีปัญหา เชื่อเถอะว่าทั้งคุณและเขาก็ยังอยู่บนดาวดวงเดียวกันนี่แหละที่พร้อมจะผลักเข้าหากัน เรียนรู้กันไป

อันที่จริงแล้วยังมีความเชื่อผิด ๆ อีกหลายอย่างเลยค่ะ ความเชื่อที่ผิด ๆ นั้นจะทำให้เรากลัวการมีชีวิต คู่ เราก็ทราบกันดีว่าชีวิตแต่งงานไม่ใช่เรื่องง่าย เราต่างต้องใช้ความกล้า ความตั้งใจ และการประนีประนอมเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว แต่ถ้าหากคุณได้เข้าใจและรู้ว่าอะไรที่ทำให้ชีวิตแต่งงานราบรื่นจริง เท่านี้คุณก็จะสามารถปกป้องชีวิตคู่ของคุณได้แล้ว

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *