อย่าปล่อยสัญญาณความรักขาดหายเหมือนสัญญาณโทรศัพท์

เดี๋ยวนี้นอกจากโทรศัพท์มือถือจะสำคัญแล้ว ไอเทมอีกอย่างที่กลายอวัยวะอย่างที่ 34 นั่นคือ พาวเวอร์แบงค์ หรือ แบตเตอรี่สำรอง เพราะเวลาที่แบตหมดกลางคันทีไร รู้สึกเหมือนอยากจะเอาตัวมุดโทรศัพท์แล้วออกไปคุยกับปลายสายให้รู้แล้วรู้รอดทุกทีเลยสิคะ แต่ไม่รู้ทำไมเหตุการณ์แบตหมด มักจะเกิดขึ้นในนาทีสำคัญเสมอ เราอาจจะเคยเห็นใครสักคนกำลังแสดงอาการหัวเสียขณะคุยโทรศัพท์ ก็พอจะเดาได้ว่าปลายสายต้องเป็นคนรักของเขาแน่เลย คำสบถที่ออกจากปาก ทำให้พอจะเดาออกว่าสาเหตุที่มาของอาการหัวเสีย “แม่งเอ๊ย มาหมดอะไรตอนนี้” ไอ้ที่ว่าหมดคงหมายถึงแบตโทรศัพท์เจ้ากรรมนั่นเอง

จงเติมคำลงในช่องว่างที่ (สัญญาณรัก) ขาดหายไป

สมมติว่าก่อนที่ตำพูดสุดท้ายจะถูกส่งไปถึงปลายสายว่า “ที่รัก… ผมว่าระหว่างเราควรจะ….” แล้วเครื่องก็ดับไป… คุณคิดว่าผู้หญิงที่อยู่ทางนั้นจะคิดว่าอย่างไร? ระหว่าง เราควรจะ…อะไร อาจจะเป็น “ระหว่างเราควรจะ…แต่งงานกันสักที” หรือว่า “ระหว่างเราควรจะ…ไปทานข้าวเย็นกันที่ไหนดี” หรือว่า “ระหว่างเราควรจะ…เลิกกันเสียที” มีคำเป็นร้อยให้เติมลงในช่องว่าง นะระหว่างที่อีกฝ่านกำลังหัวเสีย ที่ต้องเก็บคำเฉลยเอาไว้อยู่คนเดียว

หนังภาคต่อ จะดูต่อหรือพอแค่นี้

บ่อยครั้งในชีวิตจริง เราเองก็มักปล่อยช่องว่างระหว่างการสื่อสารไว้ให้เกิดเป็นพื้นที่แห่งความไม่เข้าใจ และค้างคาในใจ ไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกเสียจาก จะเว้นให้อีกฝ่ายเดาใจและคาดการณ์ไปในทางที่ผิด เรามักพบว่าคู่รักหลายคู่ที่เป็นแบบนี้ เวลามีปัญหากันทีไร กลับทำตัวคล้ายโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ สื่อสารกันไม่ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซึ่งไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกเสียจาก จะปล่อยให้เรื่องราวยังคงค้างคาต่อไปราวกับเป็นหนังภาคต่อมหากาพย์ความรัก ที่ปล่อยให้คนดูใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่ปริศนาจะถูกคลี่คลายลงเสียที แต่ที่สำคัญก็คือ ไม่ใช่คนร้อยคนที่ดูหนังภาคแรก แล้วจะตามไปดูหนังภาคสองกันเสียหมดนะคะ เพราะบางคนก็คาดการณ์ตอนจบได้เอง อย่างไม่ต้องรอคำเฉลยให้เสียเวลาเลย

เว้นพื้นที่ระยะห่างมากไป พาใจให้หล่นหาย

เมื่อคุณเว้นช่องว่างระหว่างการสื่อสารไว้ ห่-า-ง ห่างจนมากพอที่ใครคนนั้นของคุณ จะเอาข้อความใด ๆ มาใส่ในพื้นที่นี้ก็ได้ ความหมายที่เกิดจากการตีความถ้อยคำของตัวเองนั้น มักจะเป็นไปในทางลบเสมอ อย่างในกรณี “ที่รัก…ผมว่าระหว่างเราควรจะ…” แ ล้ ว เ ค รื่ อ ง ก็ ดั บ ไ ป . . . คนส่วนมากจะเติมคำว่า “เลิกกันเถอะ” ต่อท้ายไปโดยปริยาย เพราะคนเรามักจะถนัดการมองโลกในแง่ร้ายมากกว่า เพราะอย่างน้อย ๆ ก็เพื่อเพิ่มปัญหาชีวิตให้กับตัวเองล่ะมั้งคะ

 

ภายใต้สัญญาณที่ขาดหายอัดแน่นด้วยล้านความรู้สึก

ใครจะรู้ว่าผู้ชายที่แบตหมดกลางคันคนนั้น ตั้งใจจะพูดว่าอย่างไร เขาอาจจะเกิดนึกอยากขอคนรักแต่งงานขึ้นมา จนลืมดูไปว่าแบตโทรศัพท์ใกล้หมดเต็มที หรือเขาอาจอยากจะชวนคนรักไปทานข้าวที่ไหนสักแห่ง แต่ก็เป็นไปได้ว่า เขาอาจจะหมดความอดทน ถึงกับขอบอกเลิอกโดยที่ไม่ยอมไปเจอหน้า ดังนั้นคนที่รู้ความจริงว่ามันคืออะไรก็มีเพียงแต่เขาคนนั้นคนเดียว เราก็ได้แต่คาดเดากันไป แต่ปลายสายที่เขาคุยด้วยล่ะ ป่านนี้คิดไปไกลถึงไหนแล้วก็ไม่รู้นะคะ

อย่าปล่อยสัญญาณรักให้ขาดหายไปพร้อมสัญญาณโทรศัพท์

เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนแล้ว การปล่อยให้อีกฝ่ายคิดต่อหรือตีความอะไรเอาเองนั้น เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการเข้าใจผิดและคิดไปไกลเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ซึ่งก็มีหลายคู่ที่ละเลยการจะพูดจาให้ชัดเจน การไม่พูดจา อธิบายให้ครบถ้วนกระบวนความนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้การสื่อสารไม่บรรลุผลแล้ว ยังมีความเป็นไปได้สูงว่า อีกฝ่ายจะคิดเอาเองว่าสิ่งที่ตัวเองคิดต่อมานั้นถูกต้องและเป็นจริง

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ความคลุมเครือที่เกิดขึ้นจากคนที่เรารักมักทารุณและทรมานอยู่เสมอ ยิ่งหากคุณตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า อีกฝ่ายกำลังคิดอย่างไรกับคุณกันแน่ อยู่ในสถานการณ์ที่คนรักพูดจาอ้ำอึ้ง ไม่ชัดเจน ไม่เต็มปาก มันน่าอึดอัดใจจังเลยค่ะ แล้วจะมีใครจริง ๆ หรือคะที่จะกลับบ้านนอนได้อย่างสบายใจ ทั้งที่มีคำเป็นร้อยประเดประดังอยู่ในหัวของตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องมีคนนอนก่ายหน้าผากกันบ้างล่ะ อันเป็นท่าบังคับของคนคิดมากที่อยากจะนอนแล้ว คืนนั้นอาจจะตาค้างล่วงเลยกันยันเช้า

อย่าปล่อยให้คนรักของคุณต้องเก็บสิ่งใดกลับไปตีความ อย่าให้เขาหรือเธอต้องต่อเติมบทสนทนาที่คุณทิ้งไว้กลางคันเลยนะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อมีปัญหา ทางออกที่ดีที่สุด คือการอธิบายให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน พูดจาให้จบประโยค และที่สำคัญอย่าลืมที่จะเตรียมพาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอรี่สำรองเอาไว้ด้วยนะคะ แล้วสัญญาณรักของคุณจะไม่หล่นหายไปไหน

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *