10 โทนเนอร์เด็ด ยี่ห้อไหนดี ตอบรับทุกสภาพผิวของสาวๆ

โทนเนอร์

ไม่ว่าในแต่ละวันเราจะแต่งหน้าและต้องฝ่ามลภาวะมามากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อจบวัน ก็คือ การทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ที่ไม่เพียงแต่แค่ล้างด้วยโฟมล้างหน้าแค่เพียงอย่างเดียว แม้ว่าเราจะมองด้วยตาแล้วว่าหน้าไม่รอยเลอะเครื่องสำอางอยู่แล้ว แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผิวหน้าของเราสะอาดจริงหรือไม่ ถ้าเราไม่ใช้โทนเนอร์ ดังนั้นการเลือกโทนเนอร์จึงเป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับการล้างหน้าของสาว ๆ เราจึงขอแนะนำ 10 โทนเนอร์เด็ด ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาตอบรับทุกสภาพผิวของสาว ๆ ได้สะอาด ไม่เหลือสารตกค้างบนใบหน้า

โทนเนอร์ คืออะไร?

  โทนเนอร์ (Toner) เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหลังจากการล้างหน้า ที่ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้เป็นอย่างล้ำลึก และนอกจากการทำความสะอาดผิวแล้ว โทนเนอร์ยังช่วยในการปรับสภาพผิวให้เหมาะแก่การรับการบำรุงจากครีมและเซรั่มต่าง ๆ รวมถึงปรับให้ผิวไม่มัน กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยดำ รอยแดง และลดการเกิดสิวได้อีกด้วย

โทนเนอร์ ยี่ห้อไหนดี?

  1. Tomato Glow Recipe Toner ราคา 290 บาท

  โทนเนอร์มะเขือเทศในตำนานของสาว ๆ ตัวนี้เป็นสูตรอ่อนโยน สามารถใช้ได้ 3 วิธี ไม่ว่าจะเช็ดให้ทั่วหน้า ใช้ตบผิวเบา ๆ เติมสารบำรุงผิว หรือจะมาสก์หน้าก็ได้ ตัวนี้จะไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน และสารอื่น ๆ ที่อาจระคายเคืองผิว ทำให้สาว ๆ ที่มีผิวที่แพ้ง่ายก็สามารถใช้โทนเนอร์นี้เช็ดเครื่องสำอางออกได้อย่างง่าย ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ ยังมีการผสานสารสำคัญหลัก ๆ เน้นบำรุงในเรื่องของต้านอนุมูลอิสระ ลดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ กระชับรูขุมขน และเติมน้ำให้ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรง เช็ดแล้วผิวเงาใส ลดผด,อุดตันอีกด้วย

  1. Round Lab 1025 Dokdo Toner ราคา 450 บาท

  โทนเนอร์สัญชาติเกาหลี สำหรับผิวแพ้ง่ายจากน้ำทะเลลึก ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้าของเราอย่างน้ำหอม พาราเบน และการแต่งสี แต่งกลิ่นนั่นเอง ที่ช่วยปรับสมดุลให้ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน ขจัดน้ำมันส่วนเกินแต่ก็ยังเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ พร้อมเผยผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ดูสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนให้กระชับขึ้นด้วย เหมาะสำหรับใครที่มีรูขุมขนที่กว้าง หน้ามันแต่ขาดน้ำ แบรนด์นี้เขามีรางวัลการันตีอย่าง รางวัล #1 Award Winning Toner การันตีจาก Hwahae Skincare App จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอันตรายใด ๆ

  1. 3. Klairs Supple Preparation Facial Toner ราคา 860 บาท

  โทนเนอร์ที่พร้อมจะบำรุงผิว จากแบรนด์ Klairs เหมาะสำหรับผิวหน้าเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย อุดมด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Phyto-Oliga, Hyaluronic Acid และสารสกัดจากใบบัวบก ช่วยปรับสมดุลค่า pH ของผิว กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว พร้อมเตรียมผิวก่อนการบำรุง อีกทั้งโทนเนอร์ตัวนี้ยังเป็นมิตรกับสัตว์ เพราะไม่เคยทดลองใช้กับสัตว์เลย ปราศจากพาราเบน แอลกอฮอล์ ซิลิโคน เหมาะกับทุกสภาพผิวหลัก ๆ จะเน้นผิวแพ้ง่าย ว่าปลอดภัยหมดห่วงเลยค่ะ

  1. Kiehl’s Calendula Herbal Extract Alcohol-Free Toner ราคา 1,500 – 2,700 บาท

  โทนเนอร์คาเลนดูล่า ที่มาพร้อมราคาบาดใจ หวั่น ๆ ว่ากระเป๋าจะฉีกไหม แม้ว่าโทนเนอร์นี้จะราคาสูงสักหน่อย แต่ก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าคุณภาพอัดแน่น โดยโทนเนอร์ของ Kiehl’s สูตรนี้มีการผสมกลีบดอกคาเลนดูล่า ไม่มีการผสมแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับคนที่ผิวธรรมดาไปจนถึงผิวมัน ส่วนผสมหลักคือ Allantoin มีสรรพคุณลดการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมี Great Burdock มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างไขมัน ช่วยปรับสภาพผิวแห้ง และที่สำคัญคือ Calendula ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น รักษาผิวแพ้ง่าย ลดการอุดตันผิว ที่เป็นต้นเหตุของสิง

โทนเนอร์

  1. The Ordinary Glycolic Acid 7% Toning Solution ราคา 600 บาท

  แบรนด์สายมินิเบาที่มาพร้อมกับความบางเบา ที่เน้นใส่เฉพาะ Active Ingredient เพื่อให้เกิดผลต่อผิว ลดโอกาสการระคายเคืองผิว แล้วตัดส่วนผสมอื่น ๆ ออกไป ซึ่งโทนเนอร์ตัวนี้จะเน้นหนักไปที่การผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำ คืนผิวใส แถมยังให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมาะกับผิวทุกแบบยกเว้นคนที่ผิวบางแพ้ง่ายอาจจะไม่เหมาะกับตัวนี้ เพราะมีส่วนผสมของกรดทำให้ค่อนข้างแรง อาจเกิดการระคายเคืองได้ง่ายนั่นเอง

  1. ROSE Deep Hydration Facial Toner ราคา 980 บาท

  โทนเนอร์สูตรอ่อนโยน ผสานคุณค่าสกัดจากกลีบกุหลาบแท้ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยปรับสภาพผิว ยังมอบสารอาหารสำคัญให้กับผิว ช่วยทำความสะอาดผิวที่เผชิญกับมลพิษ และขจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่บนผิวหน้าได้ดี พร้อมกระชับรูขุมขน และยังมีไฮยาลูโรนิค เอซิด ที่จะมอบความชุ่มชื้นในผิวมากขึ้นถึง 46% ยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง เผยผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นราวกลีบกุหลาบ ตัวนี้จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำให้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลยค่ะ

  1. SOME BY MI 30 Days Miracle Toner ราคา 662 บาท

  โทนเนอร์จากแดนกิมจิ ที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูเซลล์ผิวเป็นหลัก เหมาะกับคนเป็นสิว เป็นผด ผิวมัน และรูขุมขนกว้าง เพราะมีค่า PH ต่ำ มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวตายแบบอ่อนโยน ปรับผิวให้กระจ่างใส BHA ช่วยลดความมัน กระชับรูขุมขน PHA ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวและยังขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายออกไป อีกทั้งไม่มีสารที่อาจก่อการระคายเคืองผิว อย่างพาราเบน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์

  1. THAYERS Witch Hazel Toner ราคา 690 บาท

  โทนเนอร์ในดวงใจของใครหลายคน ที่ไม่ว่าใครใช้เป็นต้องติดใจ โดยแบรนด์นี้เขามีให้เลือกถึง 4 สูตร ได้แก่ Thayers Rose Petal ที่เหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวมันขาดน้ำ ช่วยกระชับรูขุมขน เติมน้ำให้ผิว Thayers Cucumber สำหรับผิวแห้งและหมองคล้ำ มีวิตามินซี กรดคาเฟอิก ช่วยลดอาการบวม ลดการระคายเคืองผิว Thayers Lavender เหมาะกับผิวที่แพ้ง่ายหรือเกิดสิวได้ง่าย ช่วยต้านแบคทีเรีย และ Thayers Unscented เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวผสม ไม่มีกลิ่น จึงถือว่าเป็นโทนเนอร์ที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว สามารถเลือกใช้ให้ตรงกับสภาพผิวของตัวคุณได้เลยค่ะ

  1. ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner ราคา 790 บาท

  โทนเนอร์ที่เป็นที่เลื่องลือมาก ๆ เพราะพ่อหนุ่มซูโฮ แห่งวง EXO เขา recommended มาค่ะว่าต้องไปลองนะยู โดยโทนเนอร์สายเกาตัวนี้ มีสารสกัดจาก Heartleaf ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งถึง 77% และแน่นอนว่าปราศจากน้ำหอม พาราเบน ซิลิโคน และแอลกอฮอล์ จึงทำให้เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย สรรพคุณสุดเจ๋งคือ ช่วยลดการอักเสบ ทำให้ผิวแข็งแรง เติมน้ำให้ผิวอิ่มฟู ไม่แห้งกร้าน

  1. Naturista Tea Tree Facial Toner ราคา 650 บาท

  โทนเนอร์ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ได้รับการรับรองจาก ECOCERT Organic ทำให้สัมผัสได้ถึงความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ เหมาะสำหรับคนที่ปัญหาเรื่องสิวเป็นหลัก ผิวแพ้ง่าย โทนเนอร์ตัวนี้ถือว่าเหมาะมาก ๆ มีสารสกัดของ Tea Tree Oil พืชพื้นเมืองของออสเตรเลีย มีสรรพคุณลดสิว รักษาสิว นอกจากนี้โทนเนอร์ Naturista ยังช่วยในการกระชับรูขุมขน ทำความสะอาดล้ำลึก พร้อม Witch Hazel ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ดูแลผิวแบบธรรมชาติ ไม่มีสาร SLS ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และสารกันเสีย ไม่ว่าจะสภาพผิวใดก็ล้วนแต่ใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ

  ใครอยากมีผิวที่สะอาดหมดจด ควรหันมาใช้โทนเนอร์กันได้แล้วนะคะ ที่จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าของเราได้อย่างล้ำลึก แถมยังช่วยบำรุงผิวไปในตัว ไม่ทำให้แห้งขาดน้ำจนเกิดเป็นปัญหาผิวตามมาอีกด้วย จึงเหมาะกับสาว ๆ ทุกสภาพผิวเลยค่ะ