เช็คอาการหวั่นไหว ตัวการทำรักพัง แก้ไขให้ทัน

มีสาว ๆ คนไหนบ้างไหมคะ ที่เวลาคบกับใครแล้วรู้สึกหวั่นไหว หรือไม่มั่นคงว่าความรักครั้งนี้มันจะดีจริง ๆ หรือเปล่า คนรักจะนอกใจเราไหม เราจะเดินไปจนถึงทางด้วยกันได้ไหม บอกเลยว่าหากใครที่มีความคิดแบบนี้ขึ้นมาในหัว ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ส่อแววรักจะพังเอาค่ะ วันนี้เราจึงจะพาไปเช็คอาการหวั่นไหว ซึ่งจะเป็นตัวการทำรักพัง ถ้าใครแก้ไขได้ทัน รักไม่มีพังแน่นอน

มีแต่ความคิดด้านลบในหัวเต็มไปหมด

บ่อยครั้งคนที่เอาแต่หมกมุ่นคิดแต่เรื่องลบ ๆ จนเผลอทำตัวไม่ดีใส่คนรัก แบบนี้จะแย่เอานะคะ ยิ่งถ้าใครที่เป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อให้เหตุการณ์ที่เคยทะเลาะกันมันจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม คุณก็จะไม่สามารถกำจัดความคิดติดลบเหล่านั้นออกไปจากหัวได้ นี่ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่รุนแรงมาก ๆ ดังนั้นหากใครที่มีอาการเช่นนี้อยู่ รีบจูนทัศนคติของตัวเองให้ดี มองโลกให้มันบวกมากขึ้น

 

ไม่สามารถเชื่อใจคนรักได้เต็มที่

เมื่อไหร่ก็ตามที่สาว ๆ เกิดความไม่มั่นใจในความรัก สิ่งที่จะตามมาก็คือการที่ เธอไม่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจคนรักได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณเอาแต่เคลือบแคลงใจในตัวอีกฝ่าย โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย นั่นคือคุณกำลังไปสร้างความอึดอัดให้กับคนรัก ไปตีตรา จับตาดูเขาตลอด นั่นก็จะเป็นต้นเหตุที่เขาอาจจะพยายามตีตัวออกห่างจากคุณก็ได้ ดังนั้นถ้าอยากประคองรักให้ได้นาน ๆ ลองเปิดใจ เชื่อใจคนรักแบบเต็มหัวใจดูบ้างสิคะ

คนรักต้องคอยสร้างความเชื่อใจกับเธอเสมอ

ข้อนี้ก็สืบเนื่องมาจากข้อที่แล้วค่ะ เพราะความที่คุณไม่เชื่อใจเขา ทำให้เขาต้องพยายามทำให้คุณเชื่อใจอยู่ตลอดเวลา บอกเลยว่านานวันเข้า เขาจะเหนื่อยกับการทำอะไรแบบนี้ นั่นเป็นเพราะพอคุณไม่มีความเชื่อมั่นทั้งในตัวคนรักและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ข้างในใจก็จะรู้สึกโหยหาความรัก และต้องการให้อีกฝ่ายสร้างความเชื่อมั่นเพื่อตอกย้ำว่าเขายังรักเธออยู่

คอยเปรียบเทียบตัวเองกับแฟนเก่าของเขา

สำหรับคนที่ไม่มีความมั่นใจในความสัมพันธ์ เธอก็มักจะคิดวนเวียนถึงอดีตที่ผ่านมาของคนรัก และหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าของเขาไม่ได้ แถมยังเกิดคำถามมากมายขึ้นในใจ เช่น เขายังรักผู้หญิงคนนั้นไหม เราดูแย่กว่าแฟนเก่าเขาหรือเปล่า สารพัดที่จะหาอะไรมาเปรียบเทียบกันให้ได้ พฤติกรรมแบบนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์ก้าวหน้าแล้ว มันยังบั่นทอนความมั่นใจของคุณให้ลดลงอีกต่างหาก

 

เกิดความรู้สึกห่างเหินระหว่างกัน

ถ้าระยะห่างระหว่างคุณกับคนรัก มันไม่ใช่ระยะห่างทางกาย แต่กลับเป็นความห่างเหินที่เกิดขึ้นภายในใจ มันอาจเป็นสัญญานเตือนสีแดงเข้มเพื่อเตือนให้รู้ว่ากำลังเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น โดยเฉพาะคนที่รู้สึกไม่มั่นใจในความสัมพันธ์​ มันอาจทำให้เธอปิดกันตัวเองและทิ้งระยะห่างกับคนรัก เพราะมัวแต่จมอยู่กับความไม่เชื่อใจและความคิดแง่ร้ายของตัวเองแค่ฝ่ายเดียว ถ้าระยะห่างที่ว่านี้ยังคงเกิดขึ้นต่อไป มันก็จะค่อย ๆ ทำลายความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ไปในที่สุด

คุณมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง

สำหรับสาว ๆ ที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ก็จะส่งผลให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจในความสัมพันธ์แบบรัก ๆใคร่ ๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะคุฯมักจะคิดในหัวตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับเขา จนต้องรอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าคุณมีค่ามากที่สุดสำหรับเขา หรือรอให้เขาเอ่ยชื่นชมก่อน คุณถึงจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยังพอมีคุณค่าอยู่บ้าง ซึ่งการมีทัศนคติที่ไม่ดีกับตัวเองแบบนี้ อาจทำให้คุณโดนเอาเปรียบหรือตกเป็นรองในความสัมพันธ์เอาได้

ชอบอ่านใจว่าคนรักคิดอย่างไรกับคุณ

ถ้าในแต่ละวันที่สาว ๆ ใช้เวลาอยู่กับคนรัก แล้วเอาแต่พยายามอ่านใจอีกฝ่าย โดยไม่สนใจจะชวนกันทำกิจกรรมหรือพูดคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์แม้แต่น้อย จนอีกฝ่ายเขารู้สึกอึดอัดหรือเกิดความสงสัยว่าทำไมคุณถึงมีท่าทีเปลี่ยนไป เพราะการที่คุณให้ความสำคัญกับความคิดของเขามากจนเกินไป มันอาจเกิดจากความไม่มั่นใจในความรัก กลัวว่าเขาจะแอบมองคุณในแง่ลบ มีเรื่องไม่พอใจในตัวคุณหรือเปล่า บอกเลยว่าพฤติกรรมแบบนี้มันน่าอึดอัดใจมาก ๆ

หากคู่ไหนที่ไม่มีความมั่นคงในความรู้สึก ความคิดต่าง ๆ เมื่อนั้นความสัมพันธ์ของคุณก็จะพร้อมที่จะพังลงมาได้ทุกเมื่อ หากเป็นเช่นนี้แล้ว ถ้าใครมีอาการอย่างข้างต้น แนะนำให้หันหน้าคุยกัน เพื่อช่วยกันหาวิธีแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

 

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published.