เช็คด่วน 7 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังตกอยู่สถานะแค่คนคั่นเวลา

ถ้าสาว ๆ คนไหนเคยคุยกับใครที่ตัวเองแอบชอบ ก็คงจะเป็นการคุยที่คุณตั้งใจและจริงจังกับมันมาก ๆ แน่ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเขาคนนั้นจะจริงจังกับเรามากน้อยแค่ไหน เพราะไป ๆ มา ๆ สุดท้ายเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับคุณเลย อาจจะมองเห็นว่าคุณเป็นเพียงแค่คนแก้เหงา คนคั่นเวลา ที่เขาเอาไว้สำหรับรอตัวจริงของเขาก็ได้ เพราะฉะนั้นหากรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานะแบบนี้ ก็ควรคิดให้ดีก่อนนะคะ ว่าจะยอมให้เป็นแบบนี้หรือจะยอมถอยออกมา วันนี้เราจึงจะมาชวนเช็คสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังตกอยู่ในสถานะของคนคั่นเวลาหรือเปล่านะ ใครกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ รีบเช็คเลยค่ะ

1. ไม่มีใครรู้ว่าพวกคุณสองคนคบกัน

เหตุการณ์เช่นนี้พบได้บ่อยมากเลยค่ะ โดยที่หนุ่ม ๆ มักจะให้เหตุผลว่าต้องการความเป็นส่วนตัว แต่รู้ไว้เลยนะคะ ไม่ว่าจะอยากมีความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน แต่การที่ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณสองคนคบกัน มันไม่ใช่อะไรที่ปกติแล้วค่ะ อย่างน้อย ๆ เพื่อน ๆ ของคุณทั้งคู่ก็ควรจะได้รู้บ้าง แต่ถ้าเพื่อนเขาไม่รู้ และเขาเองก็ไม่คิดจะบอก นั่นอาจแปลว่าเขาไม่ได้คิดจะจริงจังกับคุณตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ หรือการที่เขาไม่อยากให้ใครรู้ อาจจะหมายถึงเขามีตัวจริงอยู่แล้วก็ได้เช่นกัน และไม่อยากจะให้ตัวจริงของเขารู้

2. เป็นฝ่ายทักหาก่อนเสมอ

เชื่อเถอะว่าเวลาที่เราชอบหรือรักใครสักคน เราจะต้องอยากที่จะคุยกับเขา โดยที่ไม่ต้องรอว่าอีกฝ่ายจะทักมาก่อนหรือไม่ แต่บางครั้งคุณก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นคุณฝ่ายเดียวที่ทักไปหาเขาก่อนด้วย ทำไมเขาถึงไม่เคยคิดที่จะทักมาหาคุณเลย นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วว่าเขาวางคุณไว้ในสถานะอะไร เพราะหากว่าคุณสำคัญกับเขามากพอ คุณคงไม่มีความคิดที่ว่านั้นหรอกค่ะ เขาจะต้องแสดงออกมาอย่างชัดเจนให้คุณรู้ว่าเขากำลังคิดอย่างไรกับคุณ ไม่ปล่อยให้คุณคาดเดาและหาคำตอบนั้น

 

3. เขาไม่เคยใส่ใจคุณเหมือนที่คนเป็นแฟนกันทำให้กัน

ถ้าหากเราจริงจังกับใครสักคน แน่นอนว่าเราก็อยากจะดูแล เทคแคร์อีกฝ่าย หรือคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะดูแล เทคแคร์เราเช่นกัน แต่ถ้าหากว่าเขาไม่เคยใส่ใจอะไรคุณเลย ในขณะที่คุณก็คาดหวังและเรียกร้องให้เขาใส่ใจคุณบ้าง การกระทำของเขาที่ทำกับคุณกลับไม่แตกต่างจากที่เขาทำกับใคร ๆ เลย นั่นแปลว่าคุณไม่ได้พิเศษอะไรกับเขาเลยนั่นเอง หรือแม้กระทั่ง เขาแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยหรือเรื่องที่ควรจะจำได้สำหรับคนที่เป็นแฟนกัน หรือกระทั่งบางเรื่องที่คุณเคยพูดหรือเขาเคยถามคุณไปแล้ว เขาก็จำไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่เคยนึกถึงคุณเลย ลืมตลอด แบบนี้มันก็น่าคิดนะคะว่าเขาคงไม่จริงจังอะไรกับคุณเลย

4. เขาไม่เคยชวนคุณไปไหนเลย

คนที่รักและชอบพอกัน ย่อมอยากจะใช้เวลาร่วมกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อยากจะมีเขาใน
ทุก ๆ ที่ที่เราไป คุณอาจจะต้องตั้งข้อสังเกตแล้วว่า มันจะแปลกหรือไม่ ว่าคนที่คุยกันทุกวี่ทุกวัน ไลฟ์สไตล์ก็เข้ากัน แต่ก็ไม่เห็นจะเอ่ยปากชวนไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อสังเกตที่ชัดเจนว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณเลย และในบางครั้งเขาอาจจะชวนคนโน้นคนนี้ไปเที่ยวได้ แต่กับคุณที่ดูเหมือนว่าจะพิเศษกว่าใคร กลับไม่เคยถูกเขาชวนเลย บางทีเราอาจจะต้องก้าวออกมาที่โลกแห่งความเป็นจริงสักทีนะคะ

 

5. เขารับได้หากคุณจะได้ไปเจอคนที่ดีกว่า

ถ้าเราชอบใครมาก ๆ และเราก็คิดว่าเรามีดีพอที่จะรักกับเขาได้ เราจะปล่อยเขาไปหรือคะ หรือจะทำใจได้เหรอถ้าคนที่จะอยู่ข้าง ๆ เขาจะไม่ใช่เรา แน่นอนว่ามันทำได้ยากมากเลย หรืออาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งหากคุณอยู่ในสถานะที่เป็นแฟนเขา มันคงจะแปลกไม่น้อย ถ้าเขาบอกว่า ถ้าเจอคนใหม่ก็โอเคไปได้เลย มันจะมีสักกี่คนจะคิดแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จริงจังนั่นแหละค่ะ ถึงได้พูดแบบนี้ เพราะเขาเองก็จะไปถ้าเจอคนใหม่เหมือนกัน

6. เขาไม่หือไม่อือ เอาแต่ส่งสติ๊กเกอร์

ถ้าอยู่ในสถานะแฟนกัน คงต้องอยากคุยกันมากกว่าแค่การส่งสติ๊กเกอร์ จริงไหมคะ? การที่เขาไม่หือไม่อือ ไม่มีความคิดเห็น แต่แค่ส่งสติ๊กเกอร์อย่างเดียว เหมือนแค่พยายามทำให้คุณรู้สึกว่าเขาอ่านอยู่ แต่ในทางเป็นจริง เขาอาจจะไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำ หรือบางครั้งที่คุณพิมพ์ไปยาวมาก แต่เขากลับส่งมาเป็นสติ๊กเกอร์อันเดียว ดู ๆ แล้วมันก็น่าน้อยใจไม่น้อยนะคะ มันทำให้คุณรู้สึกเหมือนคุณไม่มีค่าพอที่เขาจะเสียเวลาพิมพ์ตอบกลับมายังไงยังงั้นเลยทีเดียว

 

7. ไปไหนก็ไม่เคยบอก

บางทีคุยกันอยู่ดี ๆ ถ้าจะหายไปไหนนานๆ ที่ไม่ว่างตอบแชทหรือรับสายอะไรทำนองนี้ ก็ควรที่จะบอกกันล่วงหน้าจะได้รู้ แต่นี่กลับเงียบหายไปดื้อๆ ไม่ยอมบอกไม่ยอมลาอะไรสักคำ แบบนี้เห็นทีว่าไม่ใช่คนรักกันแล้วล่ะค่ะ ถึงทำกันขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุด ก็ควรจะบอกอะไรให้เรารู้ว่า แต่ไม่ต้องรายงานตลอดเวลา การไม่เคยบอกอะไรคุณ อาจจะเป็นการสื่อสารว่าคุณไม่ใช่คนสำคัญสำหรับเขาก็ได้ค่ะ

8. ให้เราพยายามอยู่ฝ่ายเดียว

เคยได้ยินไหมคะ ว่าคนที่ใช่ ไม่ต้องพยายามอะไรเลย การที่คุณรู้สึกว่าคุณกำลังพยายามทำทุกอย่างเพียงฝ่ายเดียว แปลว่าคุณกำลังเริ่มเหนื่อยและท้อแล้วนั่นเอง เพราะคุณรู้สึกว่าเขาไม่ได้โฟกัสความสัมพันธ์นี้เลย แต่นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหรือการตัดสินใจที่ชัดเจนจากเขาก็ได้ค่ะ ว่าคุณคิดไปเอง รู้สึกไปเองว่าคุณกับเรารักกันหรือเป็นแฟนกัน

หากใครกำลังเจอสัญญาณแบบในข้อข้างต้นนี้ คุณอาจจะต้องกลับมาพิจารณาให้รอบคอบดูแล้วว่าว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ เพราะคนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อยู่ดี ต่อให้พยายามมากแค่ไหน ถ้าเขาไม่เอา คุณก็ทำอะไรไม่ได้นั่นเอง ความรักมันเป็นเรื่องของความรู้สึก เราจะบังคับให้ใครมาชอบเราไม่ได้หรอกค่ะ ดังนั้น ตัดสินใจให้ดี ถ้าคิดว่าพอแล้ว ควรถอยออกมาจะดีกว่า

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *