เหตุผลที่ควรแยกบ้านหลังแต่งงาน เพื่อชีวิตรักที่สงบสุข

ในปัจจุบันคู่รักส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานกันแล้ว มักจะย้ายออกไปใช้ชีวิตกันเอง แต่ก็มีบางคู่ที่ฝ่ายหญิงต้องไปอยู่กับครอบครัวของฝ่ายชาย ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะปรับตัวได้ และไม่ใช่ทุกครอบครัวจะต้อนรับหรือเต็มใจจะรับสมาชิกใหม่เข้าบ้าน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตสาว ๆ เพราะอะไรเราจึงควรแยกบ้านหลังแต่งงาน เราจะมาดูกันค่ะ

การแยกบ้านไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยากทะเลาะ

การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคนก็ว่ายากแล้ว แต่ถ้าต้องมาอยู่รวมกันหลาย ๆ ชีวิตยิ่งยากกว่ามากค่ะ การเป็นครอบครัวใหญ่ จริงอยู่ที่ว่ามีความอบอุ่น มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น แต่อย่าลืมก็ใช่ว่าทุกบ้านจะดีเช่นนั้นนะคะ เพราะบางทีการที่อยู่กันเยอะ ๆ ก็ต้องมีปัญหาจุกจิกมากมายตามมาอยู่แล้ว ดังนั้นเหตุผลง่าย ๆ ที่หลายคนเลือกจะแยกบ้านออกไปอยู่กันเลย ก็เพราะไม่อยากทะเลาะนั่นแหละค่ะ เรายังมีความรักให้คนในครอบครัวเหมือนเดิม แต่ต้องไม่เพิ่มความเดือดร้อนให้ชีวิตคู่มากขึ้น หลายครั้งผู้ชายบางคนมักมองว่า ภรรยาทำตัวมีปัญหา คิดมากเกินไป อดทนสิ คุณคะ ความอดทนของคนเราก็มีจำกัด เราควรมีความอดทนกับเรื่องที่สมควรต้องอดทน แต่ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะต้องอดทน ถ้าเป็นเช่นนั้น มีหวังเป็นบ้าแน่ ๆ เลย

 

ทำไมแต่งงานแล้วควรแยกบ้าน?

สิ่งสำคัญของการสร้างรากฐานครอบครัวที่แข็งแรงนั้น ไม่ได้วัดที่จำนวนของคนในครอบครัว แต่เป็นความเข้าใจกันทุกฝ่ายและการวางแผนคู่ะระยะยาว เป็นสิ่งที่สามีและภรรยาควรตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเราสามารถจำแนกครอบครัวได้ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ครอบครัวใหญ่ และ ครอบครัวเดี่ยว ความแตกต่างทั้งสองประเภทมีอยู่แล้วค่ะ แต่เราขออธิบายแค่ในส่วนของครอบครัวใหญ่ เพราะโดยทั่วไปครอบครัวเดี่ยวที่แยกมาอยู่กันเอง ปัญหาดังกล่าวมักจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาที่จะตามของครอบครัวใหญ่มีดังนี้
ครอบครัวใหญ่

ความเป็นครอบครัวใหญ่ ทำให้อะไร ๆ ก็ไม่เคยง่ายเลยค่ะ ซึ่งปัญหาที่จะตามมามีดังนี้

1. ความรู้สึกแปลกแยก

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย เราเชื่อว่าทุกคนอยากจะมีพื้นที่ของตัวเอง เวลาที่คน 2 คนแต่งงาน หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องย้ายไปอยู่บ้านอีกฝ่าย แน่นอนว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์ที่บางครั้งก็ต้องการ “พื้นที่” ถึงแม้ว่าบ้านนั้นจะต้อนรับ หรือ ใจดีกับอีกคุณแค่ไหน แต่เชื่อว่าคุณจะรู้สึกตัวเล็ก และ รู้สึกเป็นส่วนเกินของบ้านโดยปริยาย

2. ส่งผลต่อการเลี้ยงดูลูก

นอกจากเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก การอยู่ครอบครัวใหญ่ และ บ้านใหญ่นั้นมีผลต่อการเลี้ยงดูลูกแน่นอน โดยการไปอยู่กับครอบครัวใหญ่นั้น ไม่ได้มีปัญหาแค่เพียงแม่ผัว ลูกสะใภ้เท่านั้นนะคะ แต่ในอนาคตจะมีปัญหาไปถึงการเลี้ยงลูกหรือวิธีการเลี้ยงลูก ที่จะต้องอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ใหญ่ในบ้านเสียส่วนใหญ่ เพราะอะไรน่ะหรือคะ เพราะว่าคนรุ่นก่อนมักจะกรอบความคิดของตัวเองที่ว่า “ก็ฉันเคยเลี้ยงมาแบบนี้” ซึ่งลืมมองไปว่าโลกมันเปลี่ยนไปมากขนาดไหน วิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้เลี้ยงกันในสมัยก่อน อาจจะใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน

3. มากคน มากความ

สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว เมื่อบ้านมีหลายคน โอกาสที่คุณจะเลี้ยงลูกในแบบฉบับของตัวเองนั้นเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ เพราะด้วยช่วงเจนที่ต่างกัน ทำให้ความคิดความอ่าน ทัศนคติและความเชื่อแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้วคนในวัยคุณปู่คุณย่ามักจะมีความคิดที่เป็นของตัวเอง เชื่อในตัวเอง ยากที่ใครจะมาเปลี่ยนแปลงระบบทางความคิดได้ ซึ่งโอกาสที่ฝั่งโน้นจะปรับเปลี่ยนความคิด คงไม่มีทางได้เห็นหรอกค่ะ

 

4. หลานคนแรก กับฟังก์ชั่นเกินเบอร์

และหากใครที่มีลูกแล้วขึ้นเป็นหลานคนแรกด้วยแล้ว ลูกของคุณได้ฟังก์ชั่นชิ้นใหญ่แบบไม่ต้องขอ เพราะด้วยความเป็นหลานคนแรก ทุกคนในบ้านจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนสูงอายุจะคอยตามเอาใจ ตามโอ๋บ่อย ๆ ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าการเลี้ยงแบบนั้นไม่ได้ดีอย่างที่คิด แต่แล้วไงล่ะ? ผลสุดท้ายกลายเป็นลูกจะเพิกเฉยการสั่งสอนจากแม่ไป เพราะมีคนคอยเข้าข้างนั่นเอง

5. ความคิดที่เปลี่ยนไม่ได้

บรรดาคนเฒ่าคนแก่ที่มักจะมีอีโก้ในตัวเองเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก โดยให้เหตุผลสุดคลาสสิคที่ว่า “แต่ก่อนฉันก็เลี้ยงสามีเธอมาแบบนี้เหมือนกัน” หูยยยยย บอกเลยว่าบางทีการอยู่ในฐานะของสะใภ้ก็พูดอะไรมากไม่ค่อยจะได้ค่ะ ได้แต่นิ่งเฉย ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องก็ตาม การเลือกนิ่งเฉยเพียงเพราะไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้พบได้ในหลาย ๆ บ้าน คำแนะนำหากใครอยากสั่งสอนลูกบ้าง แต่ไม่อยากงัดกับคนในบ้าน ให้คุณไปสอนลูกทีหลัง ในช่วงเวลาที่ไม่มีคนในบ้านอยู่ แต่ก็นั่นแหละค่ะ ข้อเสียก็มีเหมือนกัน เนื่องจากเด็กจะได้รับข้อมูลการสั่งสอนที่ไม่ตรงกัน และไม่สามารถแยกแยะได้ว่า แบบไหนถูก แบบไหนผิด แม้ว่าทุกคนจะทราบว่าเรื่องการเลี้ยงดูอบรมลูกให้ได้ดี พ่อแม่คือคนที่มีบทบาทมากที่สุดก็ตาม แต่มันก็เป็นเรื่องยากหากคนในครอบครัวมีมากกว่าสองคน

6. การแยกบ้านมีผลดีต่อจิตใจอย่างมาก

เพราะการสร้างบ้านที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเราเองหรือคนทั้งคู่ จะทำให้เกิดความรู้สึกภูมิใจ เกิดความรัก และอยากปกป้องครอบครัวให้ดีที่สุด และสิ่งสำคัญก็คือ เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุดในบ้านหลังนี้ ซึ่งความรู้สึกย่อมแตกต่างจากการไปอยู่บ้านคนอื่น อะไรที่ไม่ใช่ของเรา ก็มักจะไม่ได้มีความสุขที่เต็มร้อยหรอกค่ะ

ถ้าหากคู่ของคุณสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กับครอบครัวใหญ่ หรืออยู่แยกออกมาเอง แนะนำว่าถ้ามีกำลังทรัพย์ที่มากพอ ออกมาอยู่กันเองจะดีกว่า

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *