ความรัก ให้ “โอกาส” กี่ครั้งถึงจะเพียงพอ

เคยนั่งดูรายการหนึ่งทางทีวี เป็นรายการที่นำความคิดเห็นของประชาชนเดินถนนทั่วไป มาทำเป็นโพล โจทย์ของวันนั้นมีอยู่ว่า “ถ้าแฟนนอกใจ จะทำอย่างไร” คำตอบที่ได้ก็หนีไม่พ้น 1. ทำใจ 2. ให้เขาตัดสินใจเลือก 3. เลิกทันที แต่เมื่อนำมาสรุปเป็นโพลแล้ว ผลที่ได้คือคนส่วนมาก มีความเห็นว่า ถ้าแฟนนอกใจ ต้องเลิกทันที!! ฟังดูเป็นความคิดที่แน่วแน่ เด็ดเดี่ยว ถ้าเป็นผู้หญิงพูด เธอก็ช่างเป็นหญิงแกร่งนัก เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ถ้าเป็นผู้ชายพูด ก็ดูคล้ายกับว่าเขาเป็นชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ประมาณว่า ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้ อะไรประมาณอย่างนั้น แล้วจริง ๆ ความรักกับโอกาสที่ 2 มันควรเกิดขึ้นหรือไม่? หรือ เราควรให้โอกาสความรักได้กี่ครั้งกัน?

คนธรรมดากับความผิดที่ยากจะให้อภัย

ความแข็งแกร่งบางอย่างอาจจะใช้ไม่ได้กับความรัก ความรักต้องการหญิงแกร่งกับชายเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีจริง ๆ น่ะหรือคะ แท้จริงแล้ว ความรักต้องการแค่ชายหญิงธรรมดา ๆ ที่รู้จักการให้อภัยมากกว่า ก็ในเมื่อมีคำกล่าวว่า “รัก คือการให้อภัย” ให้ได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับบางคน การนอกใจถือเป็นข้อยกเว้น จัดเป็นความผิดที่เกินเยียวยา และร้ายแรงเกินกว่าจะให้อภัย ทำไมความผิดที่นอกใจจึงร้ายแรงกว่าอย่างอื่นล่ะ? หรือมันจะละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอธิบาย เพราะคนส่วนมากมักจะคิดว่า ถ้าเขายังรักเราอยู่คงไม่มีทางทำให้เราเสียใจ แม้ความจริงเขาก็ยังรักเราอยู่ เพียงแต่เผลอไปมีคนใหม่ และยังรักเราอยู่ เพียงแต่เผลอทำให้เราเสียใจ

เราอาจจะไม่ได้มองโลกในแง่ ถึงขนาดที่ว่า การนอกใจคนรักเป็นเรื่องธรรมดานี่คะ แต่บางคนจะคิดว่าบางครั้งและบางคนก็นอกใจ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ บางทีก็ยังไม่ทันได้นอกใจ เพียงแต่พฤติกรรมมันชวนให้สงสัย หรือถึงแม้จะเคยนอกใจจริง บางคนก็ต้องการโอกาสเพื่อที่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง

 

คนรักจริง = คนธรรมดา

คู่รักบางคู่ผ่านการแยกทางกันมาหลายหน แต่ก็ยังกลับมารักกันได้ใหม่ เมื่อเส้นทางที่ต่างแยกกันไปไม่ได้สวยงามเท่ากับทางที่เคยเดิน การย้อนกลับมาทางเก่า ไม่ใช่การเดินถอยหลัง แต่เป็นเพียงการย้อนกลับมาเพื่อไม่ให้ต้องหลงเตลิดไปในทางที่ไม่คุ้นเคย หลายครั้งมนุษย์เราก็ไม่มีศรัทธากับคำพูดที่ว่า คนที่รักกันจริง จะไม่มีวันทำให้เสียใจ เพราะบางครั้ง เราอาจต้องเสียใจเป็นครั้งที่ 100 ถึงแม้ว่าคนที่รักกันจริงจะทำอะไรให้ต้องเสียใจไปบ้าง ก็เป็นเหตุสุดวิสัยแล้วจริง ๆ ไม่มีใครอยากให้คนที่รักเสียใจ แต่บางอย่างมันก็อยู่เหนือการควบคุม ไม่เว้นแม้กระทั่ง การปล่อยใจไปชอบคนอื่นบ้างในบางเวลาก็ตาม

ความรักกับโอกาสที่สอง

สมัยเรียน ผู้เขียนเคยได้หลงไปเป็นศิราณีจำเป็นให้เพื่อนคนหนึ่ง เมื่อความห่างไกลเท่าระยะยางจากลาดกระบังไปจุฬาฯ ทำให้สถานภาพความรักของเธอสั่นคลอน ฝ่ายชายเริ่มมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวพัน ดังนั้น ข้อเสนอให้เลือกคนใดคนหนึ่งจึงถูกหยิบมาใช้ และเขาก็เลือกเธอแบบไม่ลังเล

หากเพียงระยะห่างระหว่างทั้งสองคนยังเท่าเดิม ระยะใกล้ของเขากับคนใหม่ก็มากขึ้นทุกที เธอทนไม่ได้กับความกลัวว่าจะถูกหักหลังอีก และนั่นความเชื่อใจซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของความรักก็ไม่เหลืออีกแล้ว เธอจึงเป็นฝ่ายที่จะขอแยกทางเสียเอง ส่วนเขาก็บอกกับผู้เขียนว่า ถึงอย่างไรก็ไม่เคยคิดที่จะไปรักคนใหม่ แม้ว่าบางทีจะออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ไม่เคยคิดจะเลิกกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกก็คือ คนทั้งสองคนยังรักกันอยู่ค่ะ และรักกันอย่างเดิม ต่างคนต่างก็ไม่อาจมีใครเข้ามาแทนที่กันและกันได้ในช่วงเวลานั้น ๆ เพราะต่างก็ยังรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิดและคิดเร็วเกินไป แต่ทว่า สิ่งที่ได้ทำลงไปนั้น มันก็สายเกินกว่าที่จะกลับมาหากันอีกครั้งแล้ว ด้วยความกลัวว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะให้เหมือนเดิมไปทำไม เพราะอะไร ๆ มันก็ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ไม่ช้าไม่เร็ว คุณผู้อ่านว่าจริงไหมคะ

นั่นทำให้ผู้เขียนนึกถึงผลโหวตจากโพลของรายการนี้ ทำไมเมื่อคนรักนอกใจ จึงต้องเลิกทันที แล้วการเปิดโอกาสให้เขาเลือก ไม่ได้แปลว่าคุณยอมเป็นตัวเลือก และถึงแม้ว่าคุณจะยอมเป็นตัวเลือกจริง ๆ ก็ตาม จะว่ากันตามตรง มันก็ไม่ได้มีอะไรที่เสียหายเลยนะคะ หากความรักนั้นจะกลับคืนมา หากความรักนั้นยังคงเหลืออยู่ แล้วทำใมถึงจะเลือกเดินหันหลังให้กับมันล่ะคะ

การเผลอใจไปบ้าง มันไม่ได้หมายความว่าเขาหมดรักในตัวคุณ สิ่งที่คุณควรจะทำ คือ การทำใจของตัวคุณเองให้หนักแน่นต่างหากล่ะคะ เพื่อที่หัวใจที่อ่อนไหวของเขาจะได้ใช้เป็นที่พึ่ง เพียงแต่อย่าลืมที่จะถามเขาดูให้แน่ใจว่า หากคุณคิดจะให้โอกาสตัดสินใจอีกครั้ง การกลับมารักกันใหม่มีอยู่ในตัวเลือกของเขาไหม หรือว่าไม่เลย เพราะนั่นจะเป็นสัญญาณให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าคุณจะไปต่อหรือพอแค่นี้

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *