ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า ถ้าไม่อยากรักพัง

เราอาจจะเคยได้ยินสำนวนไทยที่ใช้เตือนการครองชีวิตคู่ที่ว่า “ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า” เพื่อน ๆ ทราบถึงความหมายของสำนวนนี้ไหมคะ เพราะสำนวนที่ว่านี้สำคัญมากกับการใช้ชีวิตคู่ให้ราบรื่น ไม่แพ้การที่เราต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งเลยล่ะค่ะ เราต่างก็รู้ว่าในชีวิตคู่ มันก็จะมีแค่บางเรื่องที่เราจะสามารถนำออกไปพูดข้างนอกบ้านได้ แต่บางเรื่องไม่ควรออกไปพูด เราจะมาดูกันค่ะ ว่าทำไมเราจึงไม่ควรทำเช่นนั้น แล้วรักจะสามารถพังไปได้จริง ๆ น่ะหรือ

ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า

สำนวนไทยนี้ดูจะเป็นประโยคอมตะที่สามารถสอนคนได้ทุกยุคทุกสมัยเกี่ยวกับการครองชีวิตคู่ ซึ่ง ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า หมายถึง ไม่ควรนำเรื่องราวในครอบครัว หรือในบ้านไปพูดกับคนข้างนอก และในทางกลับกันก็ไม่ควรนำเรื่องนอกบ้าน (ที่ไม่จำเป็น) มาเป็นประเด็นในบ้านหรือในครอบครัว นั่นแปลว่าสิ่งสำคัญจะไปอยู่ที่ การไตร่ตรองและพิจารณาว่า สิ่งไหนสามารถนำออกไปพูดข้างนอกได้ สิ่งไหนไม่ได้ และสิ่งไหนที่ควรโยนทิ้งก่อนจะเข้าบ้านบ้าง ถ้าคนหนึ่งมองว่า เรื่องนี้แค่คิดไปเองฝ่ายเดียวว่าไม่น่าเสียหาย ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจึงเอาไปพูด แต่คนในบ้านไม่เห็นด้วย มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด ก็ย่อมไม่พอใจมีปัญหากันได้อย่างแน่นอน การที่แม้เป็นแค่ “ความใน” ที่อาจหมายถึงเรื่องทั่วไป เรื่องที่เราก็คิดแล้วว่าไม่น่าจะเสียหาย ก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องราวที่ถูกพูดต่อ ๆ กันไป ข้อความผิดเพี้ยน บิดเบือนได้เสมอ จากเรื่องดี ๆ กลายเป็นไม่ดีก็มีมาแล้ว โดยเฉพาะการมาพร้อมแค่ความสนุกปากเฉย ๆ มันอาจจะสนุกปากของคนอื่น หรือบางครั้งก็สนุกปากจากตัวเราเอง บอกเลยว่า คำพูดเป็นสิ่งที่ไม่ไหลย้อนกลับ พูดแล้วพูดเลย เสียหายแล้ว ก็เสียหายเลยเช่นกัน

 

ลึก ๆ ของการไม่ยั้งคิด

ที่จริงก็ยากจะตัดสินและพิจารณาว่า เรื่องไหนดีเรื่องไหนไม่ดี เรื่องไหนอาจจะเสียหายไม่เสียหาย เมื่อมองเป็นกลางแล้ว บางเรื่องเราก็ไม่รู้ตัว หรือลืมตัว พูดไม่ทันคิดกันได้บ่อย ๆ แต่ก็มีหลายกรณีที่เหตุไม่ใช่แค่ขาดความยั้งคิด เพราะคิดแล้วนี่แหละจึงพูดไป เพียงแต่เป็นการคิดในมุมเดียว เช่น เมื่อเกิดความน้อยใจ ความไม่สบายใจเกี่ยวกับคนในครอบครัว เราอยากปรึกษาใครสักคนย่อมทำได้ แต่บนความเป็นจริงน้อยคนนักที่จะต้องการคำปรึกษาจริง ๆ ส่วนมากแค่ต้องการบ่นระบายออกไป แล้วก็เป็นได้อีกว่าการบ่นระบายนั้น เพียงต้องการต่อว่าคนในบ้านเพื่อความสะใจของตัวเองในเวลาอันสั้น แต่คนฟังนั้นคิดอีกอย่างก็เป็นไปได้เช่นกัน

เราสามารถเห็นกรณีเช่นนี้ได้บ่อย ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ ตามโซเชียลต่าง ๆ การบ่นระบาย หลายคนจึงทำได้ทันที เหตุอาจเพราะ เรียกร้องความสนใจ ต้องการคนเข้าใจ เข้าข้าง ซึ่งเมื่อทำโดย “ฉาบฉวย” ผลที่ได้ก็คือความห่วงใย “ฉาบฉวย” เช่นกัน รูปสติ๊กเกอร์สักอัน หรือข้อความสั้น ๆ ง่าย ๆ อย่าง

“สู้ ๆ นะ” แท้จริงมันก็ไม่ได้แสดงว่าเขาห่วงใยใส่ใจในสิ่งที่เราโพสท์ลงไปได้จริง ลองคิดดูสิว่า ถ้าแค่นั้นคือความเข้าใจ เห็นใจ ทำไมเราถึงขาด ก็ถ้ามันง่ายขนาดนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพิมพ์อะไรแนวนี้แล้วชดเชยทดแทนกันได้ ซ้ำมีแต่ผลเสียตามมา เพราะลึก ๆ แล้วเมื่อเราอ่านมัน คนที่เราต้องการความเห็นใจจริง ๆ หรืออยากให้เขารับรู้ กระทั่งให้เขาทำอะไรสักอย่าง เขาก็ไม่มีทางมาโพสท์ตอบในทำนองเห็นใจ เข้าใจได้ง่าย ๆทำไมนะหรือ? ก็ข้อความเหล่านั้นมันมักจะ “ประชด ต่อว่า” เขาไปแล้ว แม้ไม่ใช่ตรง ๆ แค่จะบ่นว่าเสียใจน้อยใจก็ตาม แต่สุดท้ายดูดี ๆ คนที่ถูกต่อว่าก็คือ “เขา” นั่นเอง

เราลองมาคิดกันต่อค่ะ ว่าถ้าสมมติเราทะเลาะกับแฟนเรื่องที่รู้กันแค่สองคน แล้วโพสต์ลงโซเชียล ถ้าอยากระบายแบบต้องการคำปรึกษา ก็ดีหน่อย แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีการเหน็บแนม ประชดต่อว่า คุณคิดว่าหากแฟนคุณมาเห็น เขาจะรู้หรือไม่ว่าคุณหมายถึงใคร แน่นอนว่า เขารู้อยู่แล้วค่ะ ก็มันเป็นเรื่องที่คุณรู้แค่สองคนนี่นา ดังนั้นอะไรที่มันถูกเปิดในบ้าน ก็จงให้มันอยู่เพียงในบ้าน อย่าเอาออกไปให้คนนอกรับรู้ เพราะคนนอก ไม่มีทางรู้เรื่องแบบตื้นลึกหนาบาง ยิ่งโลกโซเชียลมันไปไว การถูกตัดสินโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง มันมีให้เห็นตลอด ท้ายที่สุด ไม่ใช่ใครที่เสียใจ ก็คุณทั้งคู่นั่นแหละค่ะ

 

การเอาเรื่องมาพูดในบ้าน

ประเด็นนี้ก็ทำหลายคู่พังกันมานอกต่อนัก การเอา “เรื่องนอกบ้าน” ที่เป็น “ความนอก” มาพูดในบ้าน จริง ๆ ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะคนในบ้านควรเป็นคนที่เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แม้จะเป็นเรื่องที่ดูดีหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าเรื่องนั้นเกี่ยวพันกับคนในบ้านไปด้วย ในทำนองเช่น “ไปรู้มาว่า…” เช่นนี้ ก็ต้องระวังอารมณ์ ระวังความคิด สอบถามกันให้ชัดเจนว่าจริงเท็จอย่างไร และแม้จะเกี่ยวข้องจริง ก็ต้องดูเหตุผลนั้น ๆ ซึ่งตรงนี้มันไม่ใช่แค่การพูด แต่เกี่ยวโยงไปยังการกระทำด้วย ก็ว่ากันไป แต่ “ความนอก” ที่เป็นเรื่องนอกบ้านจริง ๆ ที่ไม่ควรนำเข้าก็อย่าง เอามาพูดเพื่อประชด เสียดสี เอามาเล่าเพื่อเปรียบเทียบกับคนในบ้าน เช่นนี้มีแต่ปัญหาแน่นอน

ดังนั้นก่อนจะเอาเรื่องอะไรออกไปนอกบ้าน หรือเอาเรื่องอะไรเข้าบ้าน สิ่งที่เราควรมีคือสติ และการรู้จักพิจารณาให้รอบคอบว่า ถ้าเอาออกไปแล้ว เอาเข้ามาแล้ว จะเกิดผลดีผลเสียอย่างไรกับคู่ของเราบ้างหรือเปล่า

 

บทความ อื่นๆ

บทความ อื่นๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *