มาดูกัน 3 ทัศนคติ มีแล้วชีวิตรักจะดีขึ้น จนคนต้องอิจฉา

มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าความรักนั้นเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วความรักมันเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ทัศนคติ” ด้วยค่ะ มันผสานกลมกลืนกัน จนดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งเดียวกัน เนื่องจากเจ้าทัศนคตินั้นเป็นตัวกำหนดวิธีคิดและการใช้ชีวิตของคนเรา เมื่อเรามีทัศนคติอย่างไร วิธีการที่เราจะรักใครหรือมีความสัมพันธ์กับใครนั้นจะถูกแสดงออกมาในทางเดียวกันกับทัศนคตินั่นเอง เช่น คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรัก ทำให้สิ่งที่เขาแสดงออกมาว่าเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายกับคู่หรือความสัมพันธ์ของเขา เพราะพื้นฐานของคนเหล่านี้อาจจะเอนเองไปในเรื่องของการไม่เชื่อในเรื่องของความรักที่มากพอนั่นเอง แล้วทัศนคติแบบไหนล่ะ ที่ถ้าเรามีแล้วจะทำให้ความรักของเราดีขึ้น

 

1. ความรักไม่ใช่จิ๊กซอว์

รู้จักทฤษฎีจิ๊กซอว์ที่หลาย ๆ คนพูดกันไหมคะ ที่บอกว่าตัวเราเหมือนจิ๊กซอว์ที่รอให้ชิ้นส่วนที่หายไปมาเติมเต็มยังจุดที่เราขาดให้สมบูรณ์ขึ้น แท้จริงแล้ว จะว่าไปทฤษฎีนี้ก็ไม่ได้ถูกต้องนัก เพราะคุณและเขาควรเป็นสิ่งที่เติมเต็มในตัวเองให้พร้อมเดินไปด้วยกัน ซึ่งเราจะเห็นได้ในเคสของคนที่ชอบวิ่งตามความรัก ซึ่งจะเกิดกับคนที่เอาตัวเองไปผูกติดไว้กับอีกคน เพื่อหวังให้อีกคนนั้นมาเติมเต็มช่องว่างในใจของตัวเอง หากใครที่มีความคิดว่าตัวเองขาดอยู่เสมอ และพอรู้สึกขาด ก็จะกระวนกระวาย ดิ้นรน ตามหาเพื่อให้ได้มา การวิ่งตามแบบนี้จะเป็นลูปที่อินฟินิตี้ นั่นคือไม่มีสิ้นสุดนั่นเอง มันจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความกลัวมากกว่ารัก ไม่ว่าจะเป็นการกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่รัก กลัวว่าอีกฝ่ายจะทิ้งไป กลัวการไม่ถูกเติมเต็ม สิ่งที่ตามมาคือการที่เราพยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา จนเสียตัวตนของตัวเองไป และเรายังไปสร้างความอึดอัดนี้กับฝ่ายตรงข้ามแบบไม่รู้ตัว ที่สุดก็จบลงด้วยการเลิกรากันไป

การวิ่งตามเพื่อหาส่วนที่ขาดมาเติมเต็มหัวใจนั้น จะทำให้คุณจะต้องวิ่งตามไปเรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น สู้คุณลองเติมเต็มความรู้สึกนั้นด้วยตัวคุณเองจะดีกว่าไหมคะ ถ้าเราสามารถเติมเต็มได้ด้วยตัวของเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนหาจากใครที่ไหน และเมื่อใดที่คุณเติมเต็มตัวเองจนอิ่มมากพอ เมื่อนั้นคุณก็จะเริ่มแบ่งปันไปให้คนอื่น ๆ ได้ด้วย

 

2. อะไรที่เป็นของเรา อย่างไรก็เป็นของเรา

สิ่งที่ทำให้คนเราทุกข์ใจจากความรักได้มากที่สุด นั้นมาจากการคาดหวังนั่นเอง คาดหวังแล้วไม่ได้อย่างที่หวังก็เลยเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็น คาดหวังว่าเขาจะรักตอบ แต่เขาดันไม่รัก ไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่เจ็บปวดกันทั้งนั้น ทัศนคติข้อนี้ คือ “อะไรที่เป็นของเรา อย่างไรก็เป็นของเรา” ลองพูดประโยคนี้ซ้ำ ๆ กับตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้สึกเบาใจขึ้นเยอะ เนื่องจากมันเป็นเหมือนสัจธรรมที่ตายตัวว่าของของเรา มันก็คือของของเรา ใครจะมาแย่งไปไม่ได้อยู่ดี เหมือนกับอะไรที่มันคู่ควรกับคุณ อย่างไรก็จะเป็นของคุณ ในขณะที่อะไรที่หลุดลอยหายไป นั่นแปลว่ามันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของคุณตั้งแต่แรก คุณจึงไม่จำเป็นต้องไปเสียดายกับมันมากนัก แต่ควรดีใจว่า อีกไม่นานฉันจะเข้าใกล้สิ่งที่ฉันคู่ควรจริง ๆ ถ้าเปรียบกับรองเท้า รองเท้าบางคู่สวย ดูดี เราอยากได้ แต่พอใส่แล้วดันกัดจนเจ็บ นั่นแปลว่ารองเท้าคู่นี้ยังไม่เหมาะสมกับเท้าของคุณ และเมื่อเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอกับรองเท้าที่ใส่ได้พอดีและไม่เจ็บอีกแล้ว แต่หันกลับมาคู่ที่พอดี ดันมีคนแย่งไปเสียแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าอะไรที่เป็นของคุณ มันจะเป็นของคุณอยู่ดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้น ๆ ถูกต้องแล้วหรือยัง

เมื่อคิดแบบนี้ คุณจะไม่กลัวเวลาจะเสียอะไรไป เพราะพื้นฐานคุณเชื่อว่ามีสิ่งที่ใช่รอคุณอยู่เสมอ ถ้าพบว่ามันไม่ใช่ คุณก็จะไม่ลังเลที่จะตัดใจจากมัน หรือถ้าคุณกลัวตัดสินใจผิดพลาด แต่เชื่อเหอะ คุณก็ไม่โทษตัวเองมากนัก เพราะกลับไปที่คำตอบเดิม “ถ้าอะไรที่มันเป็นของคุณ มันก็จะเป็นของคุณ” สุดท้ายโลกจะเหวี่ยงคนที่เกิดมาเพื่อเป็นของคุณคนเดียวแน่นอน

 

3. มองตัวเองแบบไหน ก็มักจะได้แบบนั้น

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนเจ้าชู้ถึงประสบความสำเร็จในการจีบ ทั้งที่บางคนถูกป้ายหัวว่า “เจ้าชู้” ดูอันตราย แต่แน่นอนว่าก็ยังมีคนอยากลองของเล่นกับไฟ โดยไม่กลัวว่าไฟนั้นเผาผลาญมากสักเพียงใด เหตุผลเพราะคนเจ้าชู้จะมองตัวเองมีค่า และพวกเขาก็รู้ด้วยว่าคนที่พวกเขาจะจีบก็ต้องเห็นค่าในตัวพวกเขา ในขณะเดียวกัน กับคนที่มองตรงข้ามกันมองว่าตัวเองไม่มีค่า มองว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น ไม่กล้าที่จะมีใคร รู้สึกตัวเองต่ำต้อย แต่ถ้าคนเหล่านี้เปลี่ยนมามองตัวเองมีค่าและเลือกเฉพาะคนที่เห็นคุณค่าตัวเองจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาจะกลับมามั่นใจในตัวเอง รู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ ทัศนคตินี้เป็นเหมือนดั่งกฎแรงดึงดูดที่เราจะเลือกดึงดูดคนที่มีทัศนคติที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับเรามาเจอกัน

หากใครยังไม่มีทัศคติข้อไหน จงเริ่มปรับเปลี่ยนใหม่ซะตั้งแต่วันนี้ และจงจำไว้เสมอว่า เรามีทัศนคติอย่างไร เราก็จะได้ความรักแบบนั้น

23 thoughts on “มาดูกัน 3 ทัศนคติ มีแล้วชีวิตรักจะดีขึ้น จนคนต้องอิจฉา

  1. Phone Tracker Free says:

    Now the positioning technology has been widely used. Many cars and mobile phones have positioning functions, and there are also many positioning apps. When your phone is lost, you can use such tools to quickly initiate location tracking requests. Understand how to locate the location of the phone, how to locate the phone after it is lost?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *